News

มาเลเซียล็อกดาวน์ “8 พื้นที่สีแดง” ถึงปลายม.ค.นี้

รัฐบาลมาเลเซียประกาศมาตรการควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชน ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองปุตราจายา ดินแดนสหพันธ์ลาบวน และอีก 5 รัฐ จนถึงปลายเดือนนี้ เพื่อหวังบรรเทาวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ว่านายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยาสซิน แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประกาศมาตรการ “จำกัดการเคลื่อนไหว” ซึ่งรวมถึงการเดินทางข้ามเขต และการเดินทางระหว่างจังหวัด โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะตั้งจุดตรวจอย่างเคร่งครัด เป็นเวลา 14 วัน ระหว่างวันที่ 13 ถึง 26 ม.ค. นี้ ครอบคลุมกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองปุตราจายา ดินแดนสหพันธ์ลาบวน รัฐปีนัง รัฐสลังงอร์ รัฐซาบาห์ รัฐมะละกา และรัฐยะโฮร์ พร้อมทั้งยืนยันว่า ภาครัฐจะมีมาตรการเยียวยาให้กับประชาชนในพื้นที่สีแดง
 
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของประชาชนทั้ง 5 รัฐ และ 3 เขตปกครองพิเศษ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายใต้มาตรการดังกล่าว จำกัดที่ไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากบ้านพัก ขณะที่มาตรการควบคุมทางสังคมส่วนใหญ่ยังเหมือนเดิม มูห์ยิดดินยืนยันว่า รัฐบาลมีงบประมาณสำรองและอาหารเพียงพอเลี้ยงดูประชาชน ท่ามกลางช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะเพิ่มการตรวจสอบปริมาณสินค้า และควบคุมราคาผลิตภัณฑ์ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการสูงทั่วประเทศ เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ข้าวสาร และขนมปัง
 
ทั้งนี้ ผู้นำมาเลเซียกล่าวด้วยว่า ระบบสาธารณสุขของประเทศกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติ ที่สุ่มเสี่ยงถึงขั้นล่มสลาย จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมาเลเซียพบผู้ติดเชื้อรายวัน “เป็นเลข 4 หลัก” ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. ปีที่แล้ว และทำสถิติรายวันสูงสุด เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ด้วยจำนวน 3,027 คน
 
ในวันเดียวกัน สำนักงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งชาติของมาเลเซีย ( เอ็นพีอาร์เอ ) ออกแถลงการณ์เรื่องการอนุมัติการใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้กับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ ร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี ซึ่งใช้เทคโนโลยีตัดต่อสารพันธุกรรมแบบ “เอ็มอาร์เอ็นเอ”

อนึ่ง รัฐบาลมาเลเซียได้สั่งจองวัคซีนดังกล่าวเพิ่มอีก 12.2 ล้านโดส โดยลอตแรกน่าจะได้รับภายในสิ้นเดือนก.พ. นี้ และเมื่อได้รับครบทั้งหมดจะเท่ากับว่า มาเลเซียจะมีวัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค 25 ล้านโดส เพียงพอสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากร 39% อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมาเลเซียตั้งเป้าให้ประชากรประมาณ 70% จากทั้งประเทศราว 32.7 ล้านคน ต้องได้รับวัคซีน เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่